ฟ้าหลังฝนกับคนขี้เกียจ

posted on 18 Dec 2007 19:29 by allineedisu

หากเปรียบกับชีวิตของคน
เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่
ก็คงเปรียบได้กับฤดู
คงเป็นฤดูที่แสนสดใส

และถ้าวันหนึ่งวันไหน
ที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่
บอกกับตัวเองเอาไว้
ความเจ็บต้องมีวันหาย
ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

เมื่อวันที่ต้องเจ็บช้ำใจ
จากความผิดหวังจนใจมันรับไม่ทัน
เป็นธรรมดาที่เราต้องไหวหวั่น
กับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป

แต่ถ้าวันหนึ่งวันไหน
ที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่
บอกกับตัวเองเอาไว้
ความเจ็บต้องมีวันหาย
ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

อย่าไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ
อย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย
น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย
หากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

ที่เฝ้ารอ

หลายวันมานี้ ทำงาน ไม่ทำงาน ทำงาน ไม่ทำงาน

หมายถึงอะไรน่ะเหรอคะ ขี้เกียจในบางวัน ขยันในบางเวลา

แต่งานของฉันต้องใช้ความสม่ำเสมอ และความอดทนทั้งแรงกายและแรงใจ

จึงจะประสบความสำเร็จ

มีคนเคยกล่าวว่า " สิ่งที่เราทำระหว่างชั่วโมงทำงานกำหนดสิ่งที่เรามี

และสิ่งที่เราทำในชั่วโมงผ่อนคลายกำหนดสิ่งที่เราเป็น "

ค่ะ ในแต่ละวัน ฉันใช้เวลาไปกับชั่วโมงผ่อนคลาย มากกว่าชั่วโมงทำงาน

ความหมายคือ ฉัน ขี้ เกียจ

แผนการทำงานในแต่ละวันมีมากมาย แต่ planning กลายเป็น plan แล้ว นิ่ง

เป้าหมายชีวิตของฉันและอนาคตของเรามันช่างยิ่งใหญ่ แต่มันยังดูห่างไกล

เพราะความอ่อนแอที่แพ้ความขี้เกียจของฉัน

" หนึ่งวินาทีของคนมีปัญญายาวกว่าหนึ่งวันของคนอื่น"

แน่นอน หลังจากที่ทบทวนพฤติกรรมที่ผ่านมา ช่างไร้ปัญญา ผลาญเวลาไปเปล่าๆปลี้ๆ

ตอนนี้ก็เหมือนกับเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว ซึ่งก็คงไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น และไม่ใช่ทางแก้ปัญหา

แต่แค่อยากระบาย อยากระบาย !!!!!

ฉันชอบเพลงนี้ เพราะเคยทำให้ฉันสามารถลุกขึ้นมาสู้ได้ทุกครั้ง

ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

ตอนนี้ ต้องสู้กับตัวเอง ต้องเอาชนะตัวเองให้ได้ และก็อยากให้คนข้างๆสู้ไปด้วยกัน

ก้าวไปพร้อมๆกัน ไปเพื่อฝันของเราทั้งคู่ คือฝันของเราทั้งคู่ใช่มั้ย

อยากจะมั่นในว่าเป็นฝันของเรา ไม่ใช่ฝันของฉันเพียงคนเดียว

ฉันน่ะ..จะสู้ไปพร้อมกับเด็กโข่งคนนี้นะ

เราจะรู้ความหมายของคำว่าฟ้าหลังฝนก็ต่อเมื่อเราผ่านพ้นมันมาได้นะคะ..

รักนะเด็กโข่ง..




edit @ 18 Dec 2007 19:56:20 by ที่แห่งนี้

Comment

Comment:

Tweet

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
ฟ้าหลังฝนน่าจะสดใสนะค่ะ

แต่ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน
open-mounthed smile open-mounthed smile

#7 By kirmkan (202.129.59.146) on 2008-01-09 14:58

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ช้าไปหน่อยไม่เป็นไรนะคะ
....
มาอัพบ่อยๆสิ
.....
ชาวบ้านเค้าคิดถึง
สู้ๆๆนะพี่
........ไม่รุทำไม
พอปิดเทอมขิมอยาทำงาน อยบากเขียนหนังสือ
แต่พอเปิดเทอม...โคตรขี้เกียจ
การบ้านก็ไม่ค่อยจะส่ง...งานก็ไม่ค่อยได้ทำ
ไม่อยากเขียนหนังสือ
............................
...........
เบื่อ กับใจตัวเองที่มันโลเลsad smile
เดี่ยวมันก็ผ่านไปเน้อ

และจะรู้ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

อืมมม..วกเข้าเพลงซะอย่างนั้น sad smile

#4 By ปิงกรู on 2007-12-22 23:12

การชนะตัวเองทำได้ยากมากเลยค่ะ
อดทนเวลาที่ฝนพร่ำ.. confused smile
surprised smile เราก็เป็นอีกคนนึงนะที่รอ"ฟ้าหลังมรสุม(เพราะมานแรงกว่าหลังฝน)

ตลอด 1 ปี(2550)ชีวิตของเราเจอกับมรสุมตลอด...อาจจะมีบ้างที่มรสุมสงบ แต่ก็ไม่นาน..เราก็ต้องเจอกับมรสุมอยู่ดี

นี้ก็รอ..ว่าพ้นปีนี้ไปจะเจอสิ่งดีๆกับเค้าบ้างไม๊

#2 By ~eVe~ on 2007-12-19 12:24


ฤดูที่แตกต่าง แต่ถ้าเราไม่มัวแต่นึกถึงผ้าห่มในหน้าหนาว แล้วพยายามจะมาห่มผ้าในหน้าร้อน แต่เปลี่ยนเป็นมานั้งทำน้ำแข็งใส มาวิ่งเล่น รับแสงแดด มาออกกำลังกายแจ้ง แทน ชีวิตอาจสนุกขึ้นนะ ลองเปลี่ยนมาสนุกกับชีวิตสิครับ